news

สนช.รับหลักการร่าง พ.ร.บ.เงินทดแทน

สนช.รับหลักการร่าง พ.ร.บ.เงินทดแทน ขณะที่ “พล.ต.อ.อดุลย์” ยืนยันเป็นการปรับแก้ไขการจ่ายเงินทดแทนให้กับลูกจ้างให้ได้รับความคุ้มครองและได้รับสิทธิประโยชน์สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน ลดความเหลื่อมล้ำในสังคมอย่างยั่งยืน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) วันนี้ (23 มี.ค.) มี นายพีระศักดิ์ พอจิต รองประธาน สนช.เป็นประธานการประชุมเพื่อพิจารณาร่าง พ.ร.บ.เงินทดแทน ที่คณะรัฐมนตรีเป็นผู้เสนอ โดย พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ชี้แจงว่า สาระสำคัญเป็นการแก้ไขเพิ่มเติม พ.ร.บ.เงินทดแทนปี 2537 ที่ใช้บังคับในปัจจุบัน ซึ่งมีบทบัญญัติบางประการไม่เหมาะสมกับสภาพการณ์ในปัจจุบัน ทำให้ไม่อาจคุ้มครองสิทธิประโยชน์ของลูกจ้างได้เท่าที่ควร เช่น บทบัญญัติเกี่ยวกับขอบเขตของการใช้บังคับกฎหมาย เช่น การกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข และอัตราการจ่ายค่ารักษาพยาบาล ค่าฟื้นฟูสมรรถภาพในการทำงาน ค่าทำศพ ค่าทดแทน และเงินเพิ่มกรณีนายจ้างไม่จ่ายเงินสมทบ หรือจ่ายไม่ครบจำนวนร้อยละ 60 อาจไม่เพียงพอต่อการใช้จ่าย โดยในร่างกฎหมายนี้ได้ปรับแก้ไขการจ่ายเงินทดแทนให้ จากร้อยละ 60 เป็นร้อยละ 70 รวมทั้งให้มีคณะกรรมการตรวจสอบเพื่อสร้างความโปรงใสของคณะกรรมการบริหารกองทุน

พล.ต.อ.อดุลย์ กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ ยังกำหนดหลักเกณฑ์การยื่นแบบรายการขึ้นทะเบียนนายจ้าง การแจ้งการประสบอันตราย เจ็บป่วย หรือสูญหาย และการยื่นคำร้องขอรับเงินทดแทนใหม่ เพื่อให้ลูกจ้างได้รับความคุ้มครองและได้รับสิทธิประโยชน์ที่เหมาะสมยิ่งขึ้น ทั้งนี้ ยืนยันว่าเมื่อกฎหมายฉบับนี้มีผลบังคับใช้จะสอดคล้องกับนโยบายรัฐบาลที่มุ่งลดความเหลื่อมล้ำ และสร้างโอกาสการเข้าถึงบริการภาครัฐอย่างเท่าเทียมกัน ที่สำคัญยังทำให้ลูกจ้างมีหลักประกัน

ขณะที่สมาชิก สนช.ส่วนใหญ่อภิปรายสนับสนุนหลักการของร่างกฎหมายนี้ เพราะแสดงให้เห็นว่ารัฐบาลให้ความสำคัญกับผู้ใช้แรงงาน พร้อมยังเสนอแนะให้ส่งเสริมให้แรงงานผู้สูงอายุ และแรงงานผู้พิการได้เข้าถึงสิทธิประโยชน์ของร่างกฎหมายนี้ให้มากขึ้น เพราะจะเป็นการลดความเหลื่อมล้ำในสังคมอย่างแท้จริง

จากนั้น ที่ประชุม สนช.มีมติเอกฉันท์รับหลักการร่าง พ.ร.บ.เงินทดแทน ด้วยคะแนน 168 เสียง งดออกเสียง 2 เสียง พร้อมตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อพิจารณาร่างกฎหมาย 15 คน กรอบการพิจารณา 60 วัน แปรญัตติ 7 วัน.-สำนักข่าวไทย